หน้าหลัก รู้จักเรา บริการ ค่าบริการ ทันตแพทย์ ถาม-ตอบ ติดต่อเรา

บริการ

ทันตกรรมรากเทียม
ทันตกรรมประดิษฐ์
ทันตกรรมจัดฟัน
ทันตกรรมสำหรับเด็ก
ทันตกรรมปริทันต์
ทันตกรรมเอ็นโดดอนต์
ศัลยกรรมในช่องปาก
ทันตกรรมตกแต่ง
ทันตกรรมตกแต่ง

ทันตกรรมตกแต่ง ได้แก่ การถอนฟัน ผ่าฟันคุด การผ่าตัดถุงน้ำ และเนื้องอกองกระดูกขาเป็นศาสตร์สาขา

หนึ่งของงานทันตกรรมในปัจจุบัน ในอดีตงานทันตกรรมส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องของการแก้ไข กำจัดรอยผุหรือซ่อมแซมฟันที่มีความผิดปกติต่างๆ ซึ่งคำนึงถึงความสวยงามค่อนข้างน้อย แต่ในปัจจุบันได้มีการตื่นตัวในการพัฒนาการรักษา โดยนอกจากจะทำให้ฟันซี่นั้น ๆสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสวยงาม กลมกลืนเป็นธรรมชาติมากที่สุดและเกิดความพึงพอใจของผู้รับการรักษาด้วย


งานทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ได้แก่

1. การขัดผิวฟัน

2. การฟอกสีฟัน ( Tooth Bleaching )

3. การฉาบผิวฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟันหรือการฉาบมุก ( Veneer or Facing )

4. การทำครอบฟัน หรือสะพานฟัน ( Crown or Bridge )


หลักการ สำคัญของงานทันตกรรมเพื่อความสวยงามคือ การเริ่มจากวิธีการรักษาแบบอนุรักษ์เนื้อฟัน ( Conservative ) มากที่สุด ไม่ทำลายเนื้อฟันโดยไม่จำเป็น ถ้าหากไม่ประสบความสำเร็จจึงจะเปลี่ยนวิธีการรักษา


จุดประสงค์ ของงานทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คือ เพื่อให้ฟันที่ได้รับการรักษานั้น

มีสีสวยเป็นธรรมชาติ

มีรูปร่างเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของช่องปาก รวมทั้งใบหน้า

เพื่อความสวยงามที่ตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของผู้รับการรักษา ไม่ใช่ความพึงพอใจของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา


ชนิดของฟันปลอม

เป็นการขัดคราบ ที่ติดบนผิวฟันภายนอกออก ( External Stain ) ได้แก่ คราบชา กาแฟ ยางผลไม้

คราบอาหารต่างๆที่ติดที่ผิวภายนอกของฟัน โดยแทบจะไม่มีการเสียเนื้อฟัน เป็นการขจัดเอาเคลือบฟันออกไประดับไมครอนเท่านั้น วิธีการนี้ไม่สามารถเปลี่ยนสีฟันที่เป็นมาแต่กำเนิดได้


การฟอกสีฟัน ( Tooth Bleaching )

คือ การใช้สารเคมีสัมผัสผิวฟัน เพื่อให้สารเคมีนั้นไปสลายสารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดสีในตัวฟัน

มีเฉพาะสีฟันเท่านั้นที่ถูกกำจัดออกไป ไม่มีการสูญเสียผิวฟันหรือเนื้อฟัน ทำให้ได้สีฟันที่จางลง จะสามารถฟอกคราบฟันที่ติดที่ผิวภายนอกและสีฟันภายในที่เป็นมาแต่กำเนิดให้ขาวขึ้น ยกเว้นผู้ป่วยบางราย เช่น ฟันเตตราไซคลินชนิดสีเข้มมาก อาจฟอกไม่ได้ผล ควรปรึกษาทันตแพทย์ถึงผลสำเร็จในการฟอกเป็นรายๆไป

ทั้ง 2 วิธีสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างฟันได้


ชนิดของการฟอกสีฟัน

1. Home Bleaching เป็นการฟอกสีฟันที่สามารถทำได้เองที่บ้าน โดยทันตแพทย์อาจจะสาธิตวิธีฟอกให้ดูในคลินิก แล้วผู้รับการรักษานำกลับไปทำต่อที่บ้าน ใช้เวลาประมาณ 1-5 สัปดาห์ ระยะเวลาขึ้นกับชนิดและความเข้มของสีฟันก่อนฟอก ( สีเข้มมาก ใช้เวลามาก , โทนสีเทาใช้เวลามากกว่าโทนน้ำตาลและโทนเหลืองตามลำดับ , โทนสีเหลืองมีโอกาสประสบผลสำเร็จในการฟอกสูงที่สุด ) และความพอใจของผู้รับการรักษา มีรูปแบบของวัสดุต่าง ๆ กันคือ

- ชนิดเจล ชนิดนี้ทันตแพทย์ต้องพิมพ์ปากผู้ป่วยเพื่อนำแบบพิมพ์ไปทำถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคลก่อน ซึ่งจะทำให้ได้ถาดที่แนบกับฟันผู้ป่วยจริงๆ ทำให้โอกาสที่น้ำยาฟอกสีฟันรั่วซึมออกมาน้อยที่สุดและประหยัดน้ำยา จากนั้นทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วยอีกประมาณ 1-3 วัน เพื่อมาทำการสาธิตวิธีการฟอกที่คลินิก 1 ครั้ง แล้วผู้ป่วยจะต้องกลับไปฟอกเองต่อที่บ้าน ถาดฟอกสัฟันสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน เมื่อผู้ป่วยต้องการฟอกซ้ำก็เพียงซื้อแต่น้ำยาฟอกสีฟันเพิ่ม จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย

- ชนิดถาดสำเร็จรูป น้ำยาฟอกสีฟันชนิดนี้อาจมีวางขายทั่วไปตามท้องตลาด แต่ถาดที่ใช้ฟอกสีฟันอาจไม่แนบสนิทกับตัวฟัน ทำให้น้ำยาฟอกสีฟันอาจรั่วออกมาสัมผัสกับเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก และตัวน้ำยาฟอกสีฟันอาจมีความเข้มข้นไม่เพียงพอ ทำให้ฟอกสีฟันได้ไม่ขาวพอ แต่ถาดฟอกสีฟันสำเร็จรูปที่ทันตแพทย์ใช้จะมีความแนบสนิทกับตัวฟันมากกว่า และน้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้มีความเข้มข้นสูงกว่า ผู้ป่วยควรทำการฟอกสีฟันภายใต้การดูแลของทันตแพทย์เท่านั้น

- ชนิดแถบสติกเกอร์ ชนิดนี้จะมีน้ำยาฟอกสีฟันชนิดเข้มข้นอยู่บนแถบสติกเกอร์ ผู้ป่วยสามารถนำแถบ นี้ติดที่ด้านหน้าของฟันซี่ที่ต้องการฟอกได้เลยโดยไม่ต้องพิมพ์ปาก

2. In Office Bleaching เป็นการฟอกสีฟันในคลินิกโดยใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูงกว่า Home Bleaching และกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟันให้แตกตัวได้ดีขึ้นด้วยเครื่องกระตุ้นชนิดต่าง ๆ กัน ได้แก่ เครื่องฉายแสงที่มีความเข้มสูง เครื่องชนิดพลาสม่าและเครื่องเลเซ่อร์ ระยะเวลาในการฟอกประมาณ 50 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ทำให้ฟันขาวขึ้นในเวลารวดเร็ว แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและคงความขาวไว้ได้นานอาจต้องทำร่วมกับ Home Bleaching หรือใช้ยาสีฟันชนิด whitening ภายหลังการฟอกด้วย

ปัจจุบัน สารเคมีทีใช้ในการฟอกสีฟันได้มีการพัฒนาให้มีรูปแบบต่างๆกัน เพื่อให้สะดวกและให้ผล

รวดเร็วขึ้นแก่ผู้ใช้ ควรปรึกษาทันตแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มทำการฟอกสีฟัน เนื่องจากทันตแพทย์จะสามารถแนะนำวิธีการฟอกสีฟันและระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกที่เหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย และอาจต้องมีการรักษาอื่นๆก่อนเริ่มทำการฟอกสีฟัน เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน รักษารากฟันหรือการรักษาอื่นๆที่จำเป็น เพื่อป้องกันอาการเสียวฟันขณะทำการฟอกสีฟัน และผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ ซึ่งขึ้นกับสุขภาพในช่องปากของแต่คน ทันตแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป

ผลข้างเคียงของการฟอกสีฟัน อาจเกิดในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น คือ

- อาการเสียวฟัน โดยเฉพาะเมื่อทานน้ำเย็น หรืออาหารที่มีความหวานจัด เปรี้ยวจัด โดยปกติอาการเสียวฟันจะหายไปในระยะเวลาอันสั้น ถ้ามีอาการเสียวฟันต้องแจ้งทันตแพทย์ทันทีเพราะทันตแพทย์จะหยุดการรักษาไประยะหนึ่ง หรือเคลือบฟลูออไรด์เพื่อลดอาการเสียวฟัน เมื่ออาการเสียวฟันหายจึงจะกลับมาฟอกใหม่

- มีอาการเจ็บแสบเหงือก เนื่องจากสารเคมีอาจเล็ดลอดไปสัมผัสเหงือกได้ ความรุนแรงขึ้นกับปริมาณน้ำยาและความเข้มข้นของน้ำยาที่ใช้ แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อหยุดใช้น้ำยาสักระยะหนึ่ง ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ควรซื้อน้ำยาที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด เพราะถาดที่ใส่น้ำยามักไม่พอดีกับปาก ทำให้มีโอกาสที่น้ำยาจะรั่วออกมาสัมผัสเหงือกได้ และอาจทำให้ได้สีที่ไม่ขาวตามต้องการได้

- อาการแพ้ ถ้ามีอาการแพ้ควรหยุดใช้ทันทีแล้วกลับไปพบทันตแพทย์

ดังนั้น เพื่อให้การฟอกสีฟันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์


การฉาบผิวฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟันหรือการฉาบมุก ( Veneer or Facing )

คือ วิธีที่มีการกรอแต่งฟัน บริเวณผิวเคลือบฟันเฉพาะด้านหน้าออกประมาณ 0.5 มม. แล้วใช้วัสดุสี

เหมือนฟันปิดเข้าไปแทนเคลือบฟันที่ถูกกรอตัดออกไป ซึ่งจะสามารถแก้ไขความผิดปกติทั้งสีและรูปร่างของฟัน

วัสดุสีเหมือนฟันที่ใช้ฉาบฟันมี 2 ประเภท คือ

- วัสดุที่คล้ายกับพลาสติก เรียกว่า คอมโพสิต ( Composite ) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้อุดฟันชนิดสีเหมือนฟัน ข้อดีของวัสดุชนิดนี้คือ ราคาถูกกว่า แต่ข้อเสียคือ ความแข็งแรงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุชนิดพอร์ซเลน เมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง คอมโพสิตจะมีการสึกของวัสดุ มีการดูดซึมน้ำ น้ำลาย เข้าไปในวัสดุ และสีจะเปลี่ยนเมื่อใช้งานเกิน 2 ปี

- พอร์ซเลน ( Porcelain ) มีความแข็งแรงมากกว่าคอมโพสิต ความคงทนของวัสดุสูง สีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ มีความเงา สะท้อนแสง มีความใส ไม่ดูดสีหรือดูดซึมน้ำ น้ำลายเข้าไปในวัสดุ สีคงทนไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาเหมือนคอมโพสิต สามารถแก้ไขปิดสีฟันเดิมโดยเฉพาะฟันสีเทาหรือน้ำตาลเข้มจากเตตราซัยคลินได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือ มีราคาสูงกว่า



ประโยชน์ของวีเนียร์

1. เปลี่ยนสีฟัน เช่นในกรณีฟันดำมากๆ จากเตตราซัยตลิน หรือผู้ป่วยที่มีฟันสีเข้มมากแต่ไม่ต้องการฟอกสีฟัน หรือการฟอกสีฟันอาจไม่ประสบผลสำเร็จ

2. แก้ไขรูปร่างฟันที่ไม่สวย เช่น ฟันหน้าที่มีซี่เล็กเกินไป สั้นไป

3. ปิดฟันห่าง

4. แก้ไขฟันซ้อนเกเล็กๆน้อยๆ กรณีไม่สามารถจัดฟันได้ หรือผู้ป่วยไม่ต้องการจัดฟัน

5. แก้ไขความผิดปกติของผิวเคลือบฟันที่มีการสร้างไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด ที่เรียกว่า Enamel Hypoplasia ซึ่งจะมีลักษณะเคลือบฟันเป็นสีน้ำตาล หรือไม่เรียบเป็นหลุมเป็นร่อง หรือมีลักษณะทั้งสองอย่างร่วมกัน ถ้าเป็นรุนแรงจะทำให้เคลือบฟันไม่แข็งแรง หลุดกระเทาะได้ง่าย

สรุป วีเนียร์ สามารถแก้ไขความผิดปกติทั้ง สีฟัน และรูปร่างฟัน


การทำครอบฟันหรือสะพานฟัน ( Crown or Bridge )

การทำครอบฟันหรือสะพานฟัน สามารถแก้ไขได้ทั้งสีฟันและรูปร่างฟันเหมือนวีเนียร์ แต่แตกต่างกันที่

ครอบฟันต้องกรอฟันโดยรอบทั้งซี่ประมาณ 0.5-2 มม. มีความแข็งแรงกว่าวีเนียร์ แต่มีราคาสูงกว่าวีเนียร์



www.THAI55.COM
www.THAI55.COM